Thai Translation of Ven. Brahmali’s Principles of Translation Essay: หลักการแปลภาษาไทยฉบับ ค.ศ. 2025

การแปลภาษาไทยฉบับนี้ยึดตามหลักการของพระอาจารย์พรหมลี วัดโพธิญาณ นครเพิร์ท ออสเตรเลีย
https://discourse.suttacentral.net/t/principles-of-translation/19485

โดยข้าพเจ้าปรับหลักการบางส่วนของท่านพระอาจารย์เพื่อให้เหมาะกับการแปลเป็นภาษาไทย

  1. แปลเกือบทุกคำ
  2. แปลอย่างโปร่งใสและมีความหมาย
  3. หลักการแปลตามความหมายที่ปรากฏ
  4. แปลงลักษณะการถ่ายทอดด้วยวาจาให้เป็นรูปแบบงานเขียน (บางส่วน)
  5. ใช้ภาษาและคำศัพท์ที่พบเห็นทั่วไปในชีวิตประจำวัน
  6. หลีกเลี่ยงภาษาไทยผสมบาลีที่พบในคัมภีร์พุทธส่วนใหญ่
  7. อิงการสะกดและความหมายจากพจนานุกรม
  8. ใช้คำแปลต่างกันสำหรับคำบาลีแต่ละคำโดยขึ้นอยู่กับบริบท

1) แปลเกือบทุกคำ

หลักการของข้าพเจ้า คือ ทำให้คนทั่วไปเข้าถึงคัมภีร์พุทธได้มากที่สุด ไม่ว่าผู้อ่านจะคุ้นเคยกับพุทธศาสนาหรือภาษาบาลีหรือไม่ก็ตาม เพราะฉะนั้นข้าพเจ้าแปลคำบาลีเกือบทั้งหมด ยกเว้นคำว่า “พระพุทธเจ้า” “ภิกษุ” และ “ภิกษุณี” เป็นต้น สำหรับกรณีที่คำบาลีนั้น ๆ ใช้ทั่วไปจนเป็นที่คุ้นเคยสำหรับผู้อ่านส่วนใหญ่ ข้าพเจ้าจะทำคำอธิบายประกอบเพื่อความชัดเจนและป้องกันการเข้าใจความหมายต้นฉบับผิดเนื่องจากคำศัพท์บาลีหลายคำมีหลายนิยามหรือความหมาย เมื่อใช้ในภาษาไทยในชีวิตประจำวัน ความหมายซึ่งเป็นที่ทราบทั่วไปอาจต่างจากต้นฉบับบาลี

ในการแปลพระไตรปิฎกบาลีโดยทั่วไป มีแนวโน้มที่จะไม่แปลคำสำคัญจำนวนมาก เช่น ธรรมะ ฌาน พระอรหันต์ กรรม ตถาคต และนิพพาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อ่าน โดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งเริ่มศึกษาพุทธศาสนา เกิดความสับสน ข้าพเจ้าเห็นว่าควรแปลคำบาลี แม้ในกรณีที่ไม่สามารถหาคำไทยที่เหมาะสมได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งนี้ อย่างน้อยผู้อ่านก็จะเข้าใจความหมายโดยประมาณและไม่สะดุดในการอ่าน

2) แปลอย่างโปร่งใสและมีความหมาย

อุดมการณ์ของข้าพเจ้า คือ แปลข้อความบาลีให้ชัดเจนและไม่คลุมเครือ

พระพุทธเจ้าทรงมีเป้าหมายในการสื่อสารสิ่งที่ค้นพบแก่ผู้ฟัง จึงสมเหตุสมผลที่จะเชื่อว่า พระดำรัสส่วนใหญ่มีความชัดเจน ยกเว้นบางกรณี เช่น ในบทร้อยกรอง การแปลบาลีบางครั้งเข้าใจยาก โดยเฉพาะเมื่อข้อความบาลีเดิมมีความซับซ้อนหรือต้นฉบับอาจมีข้อผิดพลาด ผู้แปลบางท่านเลือกแปลตรงตัวเพื่อหลีกเลี่ยงการตีความ ซึ่งอาจทำให้ข้อความไม่มีความหมายหรือเข้าใจยาก ข้าพเจ้าเห็นว่า หากพยายามทำความเข้าใจแล้ว ข้อความยังคลุมเครือ ก็ควรเลือกความหมายที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดและแปลตามนั้น แม้จะมีโอกาสผิดพลาด แต่ก็ยังดีกว่าการแปลที่ผู้อ่านไม่เข้าใจความหมาย

3) หลักการแปลตามความหมายที่ปรากฏ

อุดมการณ์ของข้าพเจ้า คือ แปลข้อความบาลีตามที่ปรากฏ โดยไม่เพิ่มการตีความเกินจำเป็น

พระไตรปิฎกเป็นวรรณกรรมทางจิตวิญญาณที่มีความลึกซึ้ง จึงง่ายที่จะตีความลึกเกินไป ข้าพเจ้าเชื่อว่า ความหมายตรงไปตรงมา คือ สิ่งที่น่าจะถูกต้องที่สุด เพราะพระพุทธเจ้าทรงสื่อสารกับคนทั่วไป จึงต้องใช้ภาษาที่เข้าถึงได้

การยึดความหมายตรงช่วยลดปัญหาการตีความเกินจริง เช่น การแปลนิพพานว่า “การดับ” แทนที่จะให้ความหมายลึกซึ้งหรือไม่แปลเลย ซึ่งอาจเปิดช่องให้ผู้อ่านตีความตามความคิดเห็นของตน

4) แปลงลักษณะการถ่ายทอดด้วยวาจาให้เป็นรูปแบบงานเขียน (บางส่วน)

อุดมการณ์ของข้าพเจ้า คือ ลดความซ้ำซากของข้อความบาลี เพื่อให้อ่านเป็นธรรมชาติมากขึ้น

พระไตรปิฎกมีลักษณะของการถ่ายทอดด้วยวาจา เช่น การกล่าวซ้ำ ๆ เพื่อช่วยการจำ แต่ในรูปแบบลายลักษณ์อักษร ความซ้ำซากอาจทำให้ผู้อ่านเบื่อ ข้าพเจ้าเห็นว่า ควรลดการซ้ำความเพื่อให้อ่านง่ายขึ้น เช่น ข้อความในบาลีมักใช้คำพ้องความหมายหลายคำเพื่อสื่อแนวคิดหนึ่ง ๆ ในหลายกรณี การลดให้เหลือเพียงคำเดียวหรือไม่กี่คำอาจเพียงพอในการสื่อความ สำหรับรายการต่าง ๆ หากมีหลายข้อ ซึ่งพบได้บ่อยในพระสูตรหมวดอังคุตตรนิกาย ข้อความที่ล้อมรอบแต่ละรายการมักเหมือนกันทุกข้อ ข้าพเจ้าเห็นว่า การแปลรายการต่าง ๆ โดยไม่ต้องทำซ้ำข้อความที่เหมือนกันนั้นน่าจะเพียงพอ

ข้อความบาลี โดยเฉพาะในพระสูตรสั้น ๆ ของอังคุตตรนิกายและสังยุตตนิกาย มักมีข้อความสรุปที่เหมือนกันปรากฏทั้งตอนต้นและตอนท้ายของพระสูตร โดยทั่วไป การเก็บไว้เพียงตอนเดียวก็อาจจะเพียงพอ

5) ใช้ภาษาและคำศัพท์ที่พบเห็นทั่วไปในชีวิตประจำวัน

หลักการของข้าพเจ้า คือ ใช้คำธรรมดาและภาษาที่เข้าใจง่าย

การใช้ภาษาที่วิจิตรหรือโบราณอาจทำให้พระปิฎกดูมีความขลัง สูงส่งและน่าเคารพ แต่ข้าพเจ้าเชื่อว่าพระพุทธเจ้าทรงเน้นการสื่อความหมาย นอกจากนี้ มีหลักฐานในพระปิฎกที่แสดงว่า พระองค์ทรงหลีกเลี่ยงภาษาสูงส่ง

6) หลีกเลี่ยงภาษาไทยผสมบาลีที่พบในคัมภีร์พุทธส่วนใหญ่

หลักการของข้าพเจ้า คือ แปลทุกอย่างให้เป็นภาษาที่เป็นธรรมชาติ

การแปลบาลีมักมีลักษณะไม่เป็นธรรมชาติ เช่น ใช้คำศัพท์หรือโครงสร้างประโยคที่ใกล้เคียงบาลีเกินไป ข้าพเจ้าเห็นว่าการแปลควรเน้นความหมาย โดยให้ภาษาลื่นไหล ไม่สะดุด

7) อิงการสะกดและความหมายจากพจนานุกรม

หลักการของข้าพเจ้า คือ ใช้รูปแบบภาษาจากแหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ

ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงใช้คำจำกัดความหรือความหมายในภาษาไทยตามพจนานุกรมและงานเขียนของศาสตราจารย์พิเศษ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) ราชบัณฑิต และพจนานุกรมของราชบัณฑิตยสภา

อนึ่ง แม้คำนิยามที่กำหนดในพจนานุกรมส่วนใหญ่จะเป็นภาษาที่เป็นทางการ แต่ข้าพเจ้าพยายามเลือกถ้อยคำที่เข้าใจง่ายที่สุดจากที่ท่านราชบัณฑิตทั้งหลายได้พิจารณาคัดสรรมาให้แล้ว

8) ใช้คำแปลต่างกันสำหรับคำบาลีแต่ละคำโดยขึ้นอยู่กับบริบท

หลักการของข้าพเจ้า คือ แปลคำตามบริบท

ไม่มีคำไทยคำใดที่ตรงกับคำบาลีอย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้ คำบาลีหนึ่งคำอาจมีหลายความหมาย เช่น คำว่า “ธรรมะ” มีกว่า 10 นิยามตามพจนานุกรมสากล วิกิพีเดียกล่าวถึงคำนี้ ว่า “คำว่า ‘ธรรมะ’ นั้นยากที่จะให้คำนิยามที่กระชับเพียงคำเดียว เนื่องจากเป็นคำที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและหลากหลาย อีกทั้งยังครอบคลุมชุดความหมายและการตีความที่ซับซ้อน จึงไม่มีคำศัพท์ภาษาอื่นที่เป็นคำเดียวและมีความหมายเทียบเท่ากับคำว่า ‘ธรรมะ’ ได้อย่างสมบูรณ์”

ดังนั้น การยึดคำแปลเพียงคำเดียวสำหรับคำบาลีหนึ่งคำอาจไม่เหมาะสม ข้าพเจ้าเห็นว่าควรใช้คำแปลแตกต่างกันไปตามบริบท แต่ต้องรักษาความสม่ำเสมอในบริบทเดียวกัน

4 Likes

Hi Dhirananda,

Welcome to the D&D forum! We hope you enjoy the various resources, FAQs, and previous threads. We encourage you to use the search function for topics and keywords you are interested in.

We also ask you to please take a moment now to familiarize yourself with the forum guidelines: Forum Guidelines. May some of these resources be of assistance along the path.

If you have any questions or need further clarification regarding anything, feel free to contact the moderators by including @moderators in your post or a PM.

Regards,
trusolo (on behalf of the moderators)

2 Likes